วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ ลานข่วงวัฒนธรรม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พื้นที่นามน ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จัดโครงการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมลงข่วง “สืบสานประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย โสกัน กินปั้นข้าวจี่” เพื่อฟื้นฟูและสืบสานประเพณีพื้นถิ่นอีสานให้คงอยู่สืบไป โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และได้รับเกียรติจาก นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและสืบสาน “ประเพณีลงข่วง” ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมอันงดงามของชาวอีสาน ให้กลับมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมให้นักศึกษา บุคลากร และชุมชน ได้นำองค์ความรู้จากฐานวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่า และร่วมกันอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา
ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การประกวดประดิษฐ์ขันหมากเบ็งสร้างสรรค์ การประกวดสาวไหมปั่นฝ้าย การประกวดวงดนตรีโฟล์คซองพื้นบ้าน การประกวดทำอาหารพื้นถิ่น การแข่งขันรังสรรค์เครื่องดื่ม การประกวดแต่งกายชุดผู้ไทกาฬสินธุ์ รวมถึงการจัด “ตลาดข่วงวัฒนธรรม” ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์และอาหารพื้นบ้านจากชุมชน นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเครือข่ายชุมชน การแสดงของนักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ การแสดงจากศิลปินผู้อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นถิ่น และการแสดงจากสมาคมหมอลำจังหวัดกาฬสินธุ์ สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมอีสาน
ด้าน นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ถือเป็นเมืองแห่งอู่อารยธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งด้านวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะวิถีการลงข่วงและงานหัตถศิลป์บนผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็นผ้าแพรวาหรือผ้าผู้ไท ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ การที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาเหล่านี้ โดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดคุณค่าทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริม Soft Power ทางวัฒนธรรมของประเทศ
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ยังได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ตลอดจนภาคีเครือข่ายในจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป















