รองนายกฯ ยศชนัน รมว อว. มอบนโยบายขับเคลื่อนอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 70 พรรษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (พื้นที่ในเมือง) โดยมี นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างพร้อมเพรียง
โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานเด่นของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จำนวน 8 บูธ ซึ่งสะท้อนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ อาทิ นวัตกรรมชีวภาพจากภาคการเกษตรเพื่อสุขภาพคนและสัตว์ แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการจัดการสุขาภิบาลชุมชน “ดูดส้วมเด้อ” การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเสื่อกกกาฬสินธุ์ นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยสื่อดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อการเรียนรู้แห่งอนาคต ผลิตภัณฑ์จากการบ่มเพาะธุรกิจ และโครงการขจัดความยากจนและยกระดับสถานะทางสังคมของประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า การพัฒนาประเทศในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้แนวคิด “พื้นที่เป็นตัวตั้ง” (Area-based Development) โดยให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เข้าไปแก้ไขปัญหาของชุมชน เมือง และพื้นที่อย่างตรงจุด ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงและต่อยอดสู่ความยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหา โดยต้องมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกัน สร้างกลไกความร่วมมืออย่างเป็นระบบ และพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันในทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรับมือกับความท้าทายสำคัญของประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ ความยากจน และความเหลื่อมล้ำทางสังคม นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดทำฐานข้อมูลกลาง (One Data) และการขยายผลเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาของพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาค
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้กำหนดทิศทางการพัฒนาในช่วงปี พ.ศ. 2568–2571 มุ่งสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนและยกระดับมาตรฐานสู่สากล” โดยขับเคลื่อนภารกิจผ่านการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ การบริการวิชาการที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “ความรู้สร้างคุณค่า ภูมิปัญญาสร้างสังคม” มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานความรู้ ควบคู่กับการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาของชุมชนได้จริง รวมถึงส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชน เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการประชุมครั้งนี้ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และโครงการสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ซึ่งครอบคลุมการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในหลายมิติ ได้แก่ การผลักดันคณะพยาบาลศาสตร์เพื่อผลิตกำลังคนด้านสุขภาพตอบสนองชุมชนและระบบบริการในภูมิภาค โครงการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ที่เป็นต้นแบบการจัดการศึกษาเชื่อมโยงชุมชน การชูหลักสูตรดนตรีและศิลปะการแสดงเพื่อพัฒนากำลังคนด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และยกระดับทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น การพัฒนาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ระบบนิเวศลุ่มน้ำปาว การจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะเพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพยกระดับเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาระบบงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยนวัตกรรมและการจัดการเชิงระบบ รวมถึงการนำเสนอโครงการซากดึกดำบรรพ์กาฬสินธุ์ เพื่อผลักดันมรดกธรรมชาติสู่การวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
การลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชนและนำไปสู่ความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว.
ภาพ/ข่าว : งานสื่อสารองค์กร
























