สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการภูมิปัญญาไทยและงานหัตถกรรมชุมชน และนิทรรศการผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน โดยมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ร่วมจัดนิทรรศการ

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการภูมิปัญญาไทยและงานหัตถกรรมชุมชน และนิทรรศการผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน โดยมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ร่วมจัดนิทรรศการ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 15.20 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ณ สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน กาฬสินธุ์ จำกัด อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรม ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ร่วมรับเสด็จเป็นจำนวนมาก

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดย รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มอบหมายให้คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม โครงการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ซึ่งจัดโดย กรมการพัฒนาชุมชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เกิดการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่น

การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทอดพระเนตรผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน จำนวน 30 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ กลุ่มแพรพรรณบ้านบ่อ กลุ่มแพรวาสรสิทธิ์ กลุ่มไชยมหา กลุ่มปันมูลผ้าไหมแพรวา กลุ่มภูไทดำ กลุ่มมรดกภูไท กลุ่มบุญมากแพรวา กลุ่มไหมสมเด็จ เอนกไหมเขาวง กลุ่มแหม่มแพรวา กลุ่มสหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน กลุ่มแม่หนูวรรณไหมแพรวา กลุ่มนงค์ลักษณ์ สืบสาน ร้านเวียงแพรวา กลุ่มฝ้ายหอมย้อมดิน กลุ่มแพรวาโสภารักษ์ กลุ่มแม่อมร แพรวา กลุ่มแม่ทรแพรวา กลุ่มแม่บ้านเกษตรทอผ้าไหมแพรวาบ้านหนองช้าง กลุ่มสตรีทอผ้าไหมแพรวาบ้านหนองแก่นทราย กลุ่มแม่ดอกไม้แพรวากาฬสินธุ์ กลุ่มแม่ตาลแพรวา กลุ่มนางนุ โถนารัตน์ กลุ่มภูไทฝ้ายงาม รวมถึงสมาชิก ศิลปาชีพบ้านโพน และสมาชิกศิลปาชีพบ้านดินจี่ ภายใต้โครงการศิลปาชีพบ้านบ่อเดือนห้า จ.สกลนคร

จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังกลุ่มชุมชนศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา จำนวน 2 ครัวเรือน โดยบ้านหลังที่ 1 เป็นการนำเสนอกระบวนการทอผ้าไหมแพรวาตั้งแต่เริ่มต้น ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไปจนถึงกระบวนการเสร็จสิ้น และบ้านหลังที่ 2 เป็นการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมภูไท เช่น หมอเหยา ครัวภูไท ซึ่งแสดงเอกลักษณ์ ความเป็นชาวภูไท แล้วพระราชทานพระวโรกาสให้กลุ่มผ้าไทยที่ได้รับพระราชทานคำแนะนำในการเข้าเฝ้าปีที่ผ่านมา เข้าเฝ้าถวายผลงานและรับพระราชทานคำแนะนำ ซึ่งผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรมต่างน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion)” เป็นแนวทางในการต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้าของบรรพบุรุษ ทั้งการออกแบบลวดลายทอผ้าที่มีการพัฒนาลวดลายให้ทันสมัยควบคู่การนำลายผ้าพระราชทานลวดลายต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบของลายผ้าผสมผสานเข้ากับลายโบราณดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ทั้งยังมีการทำกระบวนการทอผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการย้อมสีธรรมชาติ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม นำมาซึ่งรายได้ที่มั่นคงด้วยอาชีพที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ และสามารถดำรงชีวิตได้มีความสุขอย่างยั่งยืน

อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านฟ้อนละครและฟ้อนภูไท ชุด “ลานคำหอมรำลึก” โดยกลุ่มสตรีแม่บ้านโพน พร้อมด้วยนักเรียน นิสิต และนักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้แก่ วิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรค์ โรงเรียนอนุกูลนารี จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร คณะศิลปกรรมศาสตร์ และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวนกว่า 200 คน บรรเลงบทเพลงโดย นิสิตวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และสมาชิกวงโปงลางอรรคฮาตสี จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งการแสดงชุด “ลานคำหอมรำลึก” เป็นการถ่ายทอดความทรงจำจากหลายวันวานในฤดูหนาวบนเทือกเขาภูพานใต้ร่มพระบารมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ยังคงถูกเล่าขานผ่านภาพการฟ้อนรับเสด็จพระราชดำเนินในหลายวาระ รวมถึงการฟ้อนภูไทในโอกาสตามเสด็จฯ ในงานศิลปวัฒนธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังความความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงตราตรึงในความทรงจำของชาวบ้านโพนทุกคนประดุจกลิ่นบุปผานามพระราชทานที่ยังคงฟุ้งหอมตลบอบอวลอยู่เหนือแผ่นดินอีสาน ชวนให้หวนรำลึกอยู่มิรู้คลายระเหยหายจางไปจากผืนดินนี้ ทั้งแปรเปลี่ยนผลักดันเป็นประกายไฟแห่งความฝันของชาวบ้าน ทำให้ดินแดนที่เคยถูกกล่าวขานว่าแร้นแค้นบนที่ราบสูงแห่งนี้ ค่อย ๆ ถูกผลักดันให้วิวัฒน์ไปพร้อมกันในทุกมิติผ่านโครงการศิลปาชีพที่ได้รับการการันตีคุณค่าผ่านสายตาของชาวโลกเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่หยั่งรากลึกคู่กับภูมิปัญญาของบรรพชน และในกาลต่อมาความหอมหวลของมวลบุปผาได้รับการต่อยอดสานต่อในวาระแห่งการเสด็จเยือนแผ่นดินอีสานอีกวาระหนึ่งของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อันเปรียบเสมือน “แสงแห่งการสืบสาน” ที่ส่องต่อจากพระราชปณิธานเดิมแห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้สายใยแห่งศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาจากบรรพชนยังงคงเจริญงอกงามอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ จึงเป็นที่มาของการแสดงหน้าพระพักตร์ด้วยท่วงท่าฟ้อนรำและเสียงดนตรีแห่งผืนแผ่นดินด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

 

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin