ม.กาฬสินธุ์ ยกระดับงานวิจัยยุคดิจิทัล จัดอบรมการใช้ AI ในการวิจัยและจริยธรรมการวิจัย Utilizing AI for Research and Research Ethics มุ่งสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่สู่มาตรฐานสากล
วันนี้ (9 มีนาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 70 พรรษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พื้นที่ในเมือง รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดโครงการหลักสูตรค่ายนักวิจัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การใช้ AI ในการวิจัย และจริยธรรมการวิจัย (Utilizing AI for Research and Research Ethics)” ระหว่างวันที่ 9 – 10 มีนาคม 2569 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภาศรี พ่อค้า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมกล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักวิจัยเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน การอบรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ทั้งบุคลากรสายวิชาการ และบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รวมถึงนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา รวมจำนวน 97 คน
สำหรับการอบรมในครั้งนี้ จัดโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ AI ส่งเสริมความตระหนักด้านจริยธรรม และเสริมสร้างศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ให้ใช้เครื่องมือสมัยใหม่ได้อย่างมืออาชีพ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและพื้นที่ต่อไป และได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับสากล ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ธัชกรณ์ โกมล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร และ Dr. Wilbert D. Merchant (Founder and International Director, World Diplomats of USA) มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อันมีค่าเกี่ยวกับการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูล การทบทวนวรรณกรรม ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลและการพัฒนาผลงานวิจัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่ระดับสากล
รองศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ กล่าวเน้นย้ำว่า การจัดโครงการในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคณาจารย์และนักวิจัย โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานวิจัย อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับความตระหนักใน “หลักจริยธรรมการวิจัย” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินงานทางวิชาการที่ถูกต้อง โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคม นักวิจัยจึงต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างเหมาะสมภายใต้กรอบจริยธรรมและการเคารพสิทธิในผลงานของผู้อื่น เพื่อให้ผลงานวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืน
ภาพ/ข่าว : ปนัดดา โมกขะรัตน์





















